วิธีหาเงินออนไลน์ 2026 ไม่ต้องลงทุน ทำได้เลยจากมือถือ

วิธีหาเงินออนไลน์ 2026 ไม่ต้องลงทุน ทำได้เลยจากมือถือ

หาเงินออนไลน์จากมือถือ 2026

สวัสดีครับเพื่อนๆ

ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนต้องเคยลองหาวิธีหาเงินออนไลน์กันมาบ้างแล้ว ผมก็เป็นคนนึงครับ 555 ลองมาหมดแล้ว ตั้งแต่ทำ YouTube ขายของออนไลน์ ไปจนถึงเขียนบล็อก ลองผิดลองถูกมาหลายปี

วันนี้เลยจะมาเล่าให้ฟังว่า ในปี 2026 มีวิธีไหนบ้างที่ยังใช้ได้จริง ไม่ต้องลงทุนแม้แต่บาทเดียว แค่มีมือถือกับอินเทอร์เน็ตก็พอครับ

1. เขียนบล็อก + Google AdSense — วิธีที่ผมใช้แล้วเวิร์คสุด

เขียนบล็อกหาเงิน

ถ้าเพื่อนๆ ชอบเขียน ชอบเล่าเรื่อง การเขียนบล็อก ยังเป็นวิธีที่ทำเงินได้จริงในปี 2026 ครับ ผมเริ่มจากเขียนเรื่องที่ตัวเองสนใจ เช่น AI, เทคโนโลยี, การเงิน

ขั้นตอนง่ายๆ ครับ:

  • สร้างเว็บบล็อกฟรี — ใช้ Blogger หรือ WordPress.com ก็ได้ ไม่ต้องเสียเงินค่า hosting
  • เขียนบทความ SEO — เขียนเรื่องที่คนค้นหาเยอะ เช่น "วิธีใช้ ChatGPT", "เปรียบเทียบ AI ตัวไหนดี"
  • ยื่น Google AdSense — เมื่อมีบทความ 10-20 บทความ ก็ยื่นขอได้เลย
  • รอรับเงิน — ทุกครั้งที่มีคนคลิกโฆษณา เราก็ได้เงินครับ

ผมบอกตามตรงว่าตอนแรกๆ มันช้ามาก 555 ได้วันละไม่ถึงบาท แต่พอเขียนไปเรื่อยๆ บทความมันก็เริ่มขึ้นอันดับใน Google แล้วเงินก็ค่อยๆ มากขึ้นครับ

2. ทำ TikTok Shop — มาแรงที่สุดในปี 2026

TikTok Shop 2026

TikTok Shop ในปี 2026 มันโตขึ้นมากครับ โดยเฉพาะในไทย ไม่ว่าจะเป็น Live ขายของ หรือทำ Affiliate แบบไม่ต้องสต็อกสินค้า

ผมไม่แน่ใจว่าเพื่อนๆ รู้ไหมครับว่า TikTok Affiliate คือการที่เราเอาลิงก์สินค้าคนอื่นมาโปรโมต แล้วได้ค่า commission ทุกครั้งที่มีคนซื้อผ่านลิงก์เรา ไม่ต้องมีสินค้า ไม่ต้องจัดส่ง ไม่ต้องดูแลลูกค้า

  • สมัคร TikTok Shop Affiliate — ใช้บัญชี TikTok ธรรมดาเลยครับ
  • เลือกสินค้าที่ commission สูง — เน้นสินค้าที่คนสนใจ เช่น สกินแคร์, gadget, อุปกรณ์ครัว
  • ทำคลิปสั้นๆ — ไม่ต้องเป็นมือโปร แค่ถ่ายจริง รีวิวจริง คนก็ดูแล้วครับ
  • ใส่ลิงก์สินค้าในคลิป — ทุกครั้งที่มีคนซื้อ เราก็ได้ commission เลย

เพื่อนๆ บางคนอาจจะบอกว่า "ผมกล้องไม่มี ไม่รู้จะถ่ายยังไง" ผมบอกเลยครับว่า มือถือเครื่องเดียวก็พอ คนดูสมัยนี้ชอบความจริงใจ ไม่ต้องแต่งสวย 555

3. ขายคอร์สออนไลน์ — ความรู้ก็ทำเงินได้

ขายคอร์สออนไลน์

ถ้าเพื่อนๆ มีความรู้อะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Excel, Photoshop, การทำอาหาร, ภาษาอังกฤษ เอามาทำเป็นคอร์สออนไลน์ ได้เลยครับ

ผมเองก็เคยทำคอร์สเล็กๆ เกี่ยวกับ Excel ลงในแพลตฟอร์มอย่าง SkillLane หรือ Udemy ตอนแรกคิดว่าไม่มีคนซื้อ แต่พอผ่านไป 2-3 เดือน มีคนซื้อมาเรื่อยๆ ครับ ได้เงิน passive income จริงๆ

  • SkillLane — แพลตฟอร์มไทย ทำได้ง่าย ไม่ต้องมีบัตรเครดิตต่างชาติ
  • Udemy — ตลาดใหญ่ ถ้าสอนภาษาอังกฤษได้ รายได้จะเยอะกว่า
  • Google Classroom + PayPal — ถ้าอยากควบคุมทุกอย่างเอง ก็ใช้วิธีนี้ได้ครับ

4. ทำ Affiliate Marketing — โปรโมตแล้วได้เงิน

Affiliate Marketing คือการที่เราเอาลิงก์สินค้าของคนอื่นไปโปรโมตในช่องทางต่างๆ เช่น Facebook, Twitter, TikTok, บล็อก แล้วได้ค่า commission ทุกครั้งที่มีคนคลิกและซื้อครับ

แพลตฟอร์ม Affiliate ที่ผมแนะนำสำหรับคนไทย:

  • Lazada Affiliate — ค่า commission 1-12% ตามหมวดสินค้า
  • Shopee Affiliate — คล้ายๆ Lazada มีโปรโมชันบ่อยครับ
  • Amazon Associates — สำหรับสินค้าจากต่างประเทศ commission 1-10%

ผมแนะนำว่าให้เลือกสินค้าที่เราใช้จริงแล้วมารีวิวครับ คนจะเชื่อถือเรามากกว่าแค่แปะลิงก์เฉยๆ

5. รับจ้างเขียน Content — ใช้ AI ช่วยได้

รับจ้างเขียน Content

ในปี 2026 ความต้องการคนเขียน Content เพิ่มขึ้นมากครับ เพราะทุกแบรนด์ต้องการ content บน Social Media

เพื่อนๆ สามารถใช้ AI อย่าง ChatGPT หรือ Claude ช่วยเขียนได้ แต่ผมแนะนำว่าอย่าพึ่ง AI 100% นะครับ ต้องมีการตรวจทานและปรับให้เป็นภาษาของตัวเองด้วย ไม่งั้นอ่านแล้วจะรู้สึกว่าเป็น AI เขียน 555

  • รับเขียนบทความ SEO — บทความละ 300-1,000 บาท ตามความยาว
  • รับทำ Content Calendar — คิดไอเดียโพสต์ให้แบรนด์ ได้เงินเป็นเดือน
  • รับเขียน Script วิดีโอ — ถ้าเพื่อนๆ เขียน Script เก่ง ราคาจะสูงกว่าครับ

สรุป — วิธีไหนเหมาะกับใคร?

  • ชอบเขียน → ทำบล็อก + AdSense หรือ รับจ้างเขียน Content
  • ชอบถ่ายคลิป → ทำ TikTok Shop Affiliate
  • มีความรู้เฉพาะทาง → ทำคอร์สออนไลน์
  • ชอบขายของ → Affiliate Marketing บน Lazada/Shopee

ผมบอกเลยครับว่าไม่มีวิธีไหนที่รวยข้ามคืน ทุกอย่างต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ แต่ถ้าเพื่อนๆ เริ่มวันนี้ อีก 6 เดือนข้างหน้าจะขอบคุณตัวเองครับ

เพื่อนๆ ลองทำวิธีไหนดูบ้างครับ หรือมีวิธีอื่นที่อยากแชร์ มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ 👇

วิธีใช้ AI ฟรี สร้างรายได้เสริม 2026 ง่ายๆ ไม่ต้องลงทุน

วิธีใช้ AI ฟรี สร้างรายได้เสริม 2026 ง่ายๆ ไม่ต้องลงทุน

AI สร้างรายได้ 2026

สวัสดีครับเพื่อนๆ

ช่วงนี้ผมสังเกตเห็นว่าเพื่อนๆ หลายคนพูดถึงเรื่อง AI กันเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่ยังใช้แค่ ChatGPT ถามตอบเล่นๆ อย่างเดียว 555 ทั้งที่ความจริงแล้ว AI ฟรี สามารถสร้างรายได้เสริมได้จริงๆ วันนี้ผมเลยเอามาบอกเพื่อนๆ กันครับ

ทำไม AI ถึงช่วยสร้างรายได้ได้?

AI ช่วยทำงานเร็วขึ้น

เพื่อนๆ ลองนึกดูนะครับว่า ปกติแล้วการจะสร้างงานอย่างนึงขึ้นมา เช่น เขียนบทความ ออกแบบรูป ตอบลูกค้า มันต้องใช้เวลาเท่าไหร่ บางทีทำทั้งวันก็ได้แค่ชิ้นเดียว

แต่พอใช้ AI ช่วย เวลาที่ใช้ลดลงเยอะมาก งานที่เคยทำ 5 ชั่วโมง อาจจะเหลือแค่ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ก็เสร็จแล้วครับ

นั่นหมายความว่า เราสามารถ ทำงานได้มากขึ้นในเวลาเท่าเดิม หรือพูดง่ายๆ คือ ทำเงินได้มากขึ้นนั่นเองครับ

5 วิธีใช้ AI ฟรี สร้างรายได้เสริม (ไม่ต้องลงทุนสักบาท)

AI สร้างรายได้ 5 วิธี

1. เขียนบทความขายของบน TikTok Shop หรือ Shopee

เพื่อนๆ ที่มีร้านออนไลน์ หรืออยากขายของบน TikTok Shop ลองนึกดูว่า การเขียนคำอธิบายสินค้าให้น่าสนใจ มันยากแค่ไหน ผมเคยเขียนเองจนปวดหัวเลยครับ 555

แต่พอใช้ AI เช่น ChatGPT หรือ Claude ช่วย ก็สามารถ:

  • เขียนคำอธิบายสินค้า — ให้ AI เขียนให้เรา แล้วเราแก้ไขเล็กน้อย
  • ตั้งชื่อสินค้า — ชื่อที่ดึงดูด มี keyword พร้อม
  • เขียน caption โพสต์ขาย — สั้น กระชับ น่าคลิก
  • ตอบคำถามลูกค้า — ให้ AI ช่วยตอบคำถามที่ถามบ่อยๆ

ดังภาพด้านล่าง จากการทดลองใช้ ผมเห็นว่ายอดขายเพิ่มขึ้นได้จริงครับ โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ที่ยังไม่ค่อยมีคนติดตาม

2. สร้างคอนเทนต์ TikTok ด้วย AI Script

เรื่องนี้ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนอยากทำ TikTok แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง หรือทำอยู่แล้วแต่ไม่มีไอเดีย ผมก็เป็นแบบนี้เหมือนกันครับ 555

วิธีที่ผมใช้คือ:

  • ให้ AI สร้าง hook — ประโยคเกี่ยวข้อง 3 วินาทีแรกที่ดึงคนให้ดูต่อ
  • เขียน script ทั้งคลิป — ให้ AI เขียนให้ เราแค่พูดตาม
  • หา trending sound — ถาม AI ว่าเทรนด์ตอนนี้คืออะไร จะได้ content ที่ตรงจังหวะ
  • เขียน caption + hashtag — ให้ AI ช่วยใส่ keyword ที่คนกำลัง search อยู่

ส่วนตัวผมใช้ AI ช่วยเขียน script แล้ว อัดคลิปเอง 2-3 คลิปต่อวัน ก็ทำได้ไม่ยากเลยครับ

3. รับจ้างเขียนบทความ SEO งานลักษณะนี้

เขียนบทความรับจ้างด้วย AI

ผมรู้ว่าหลายคนอาจจะคิดว่า "เขียนบทความเอง? ผมไม่เก่งเขียนนะครับ" ซึ่งผมก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน 555

แต่ความจริงคือ ใช้ AI ช่วยเขียน แล้วปรับแต่งเอง มันทำได้จริงๆ ครับ เริ่มจาก:

  • หา keyword — ใช้ Google Trends หรือ AI ช่วยหาว่าคนกำลัง search อะไร
  • ให้ AI เขียน draft — ได้เนื้อหาพื้นฐานมาก่อน
  • ปรับแต่งให้เป็นตัวเอง — เปลี่ยนคำ ปรับโครงสร้าง ใส่ประสบการณ์จริง
  • ส่งงานรับเงิน — บทความ 1 ชิ้น ราคา 300-2,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยาว

ผมไม่โม้นะครับ ลองไปดูได้เลย มีคนรับจ้างเขียนบทความผ่าน Facebook หรือ Fiverr กันเยอะมาก

4. สร้างช่อง YouTube Shorts ด้วย AI

YouTube Shorts ตอนนี้กำลังมาแรงมากครับ และที่ดีคือ คลิปสั้นๆ 30-60 วินาที ทำได้ง่ายกว่าคลิปยาวเยอะ

วิธีที่ผมแนะนำคือ:

  • AI ช่วยเขียนสคริปต์ — สั้นๆ กระชับ เน้นประเด็น
  • AI สร้างรูปประกอบ — ใช้ AI image generator ฟรี
  • AI สร้างเสียงบรรยาย — text-to-speech ฟรี ก็ใช้ได้เลย
  • รวมคลิปแล้วอัพโหลด — ใช้ CapCut ฟรีก็เพียงพอครับ

ช่องที่ผมรู้จัก ทำ Shorts แบบนี้ เฉลี่ยดูได้ 10,000-100,000 views ต่อคลิป ซึ่งถ้ามีช่องที่ดูเยอะๆ YouTube ก็จ่ายเงินให้เราได้ครับ

5. ทำ Digital Product ขายออนไลน์

Digital Product ขายออนไลน์

อันนี้ผมว่าเป็นวิธีที่น่าสนใจมากครับ เพราะ ทำครั้งเดียว ขายได้เรื่อยๆ

Digital product ที่ทำได้ไม่ยาก เช่น:

  • eBook คู่มือเล็กๆ — เช่น คู่มือออกกำลังกาย สูตรอาหาร เทคนิคทำงาน
  • Template แบบฟอร์ม — Notion template, Excel template, Canva template
  • Preset สี — Lightroom preset, ธีมสีต่างๆ
  • สรุปความรู้ — สรุปหนังสือ สรุปคอร์สเรียน

AI ช่วนสร้าง content เบื้องต้นได้หมดเลยครับ เราก็แค่ปรับแต่งเพิ่มเติม แล้วไปขายบน Shopee, TikTok Shop หรือ even แอปที่ชื่อ Skooldio ก็ได้

AI ตัวไหนฟรี ใช้ได้บ้าง?

AI Tools ฟรี 2026

ผมไม่รู้นะครับว่าเพื่อนๆ จะรู้จัก AI ตัวไหนบ้าง เลยขอแนะนำ AI ฟรีที่ผมใช้อยู่ประจำ:

  • ChatGPT (OpenAI) — ฟรี ตอบคำถาม เขียนบทความ เขียน script ได้หมด
  • Claude (Anthropic) — ฟรี เก่งเรื่องเขียน เนื้อหาเป็นธรรมชาติมาก
  • Gemini (Google) — ฟรี เชื่อมต่อกับ Google ได้ หาข้อมูลล่าสุดได้ดี
  • Perplexity — ฟรี เป็น search engine AI หาข้อมูลได้ตรงๆ
  • CapCut AI — ฟรี ตัดคลิป สร้างคลิปด้วย AI

ทั้งหมดนี้ ไม่ต้องจ่ายสตางค์ แค่สมัครอีเมล์ก็ใช้ได้เลยครับ

ข้อควรระวังเมื่อใช้ AI สร้างงาน

ข้อควรระวังใช้ AI

ผมอยากเตือนเพื่อนๆ สองเรื่องที่สำคัญครับ:

  • อย่าเชื่อ AI 100% — AI ก็มีผิดได้ ต้องตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่เสมอ
  • ต้องปรับแต่งให้เป็นตัวเอง — ถ้าใช้ AI ส่งๆ งานไปเลย ผลลัพธ์จะไม่ดี และอาจโดน platform ตรวจจับได้
  • เรื่องลิขสิทธิ์ — บาง AI สร้างรูปหรือเนื้อหาที่อาจมีปัญหาลิขสิทธิ์ ระวังเรื่องนี้ด้วยนะครับ

สรุป

สรุปคือ AI ฟรี สามารถช่วยสร้างรายได้เสริมได้จริงๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบทความ สร้างคอนเทนต์ TikTok ทำ YouTube Shorts หรือสร้าง Digital Product

สิ่งสำคัญคือ ต้องลงมือทำ ครับ ไม่ใช่แค่รู้ว่ามันทำได้ แต่ไม่เคยลงมือจริงๆ เหมือนที่ผมเคยเป็นมาก่อน 555

เริ่มจากอะไรที่ง่ายที่สุดก่อน พอทำได้แล้วค่อยขยายไปเรื่อยๆ นะครับ

เพื่อนๆ ที่ลองทำแล้วได้ผลเป็นยังไง มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ หรือมี AI ตัวไหนแนะนำเพิ่มเติม ก็บอกกันมาได้เลย!

Power BI กับ Tableau ตัวไหนเป็นอย่างไรในปี 2026

Power BI กับ Tableau ตัวไหนเป็นอย่างไรในปี 2026

สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่ติดตามอยู่ทุกคนครับ

การที่จะเลือกเครื่องมือ Data Visualization สักตัวนั้น คำถามที่เพื่อนๆ มักจะเจอเลยก็คือ "Power BI กับ Tableau ตัวไหนดีกว่ากัน?" ผมก็เคยถามตัวเองแบบนี้เหมือนกันครับ วันนี้ผมเลยรวบรวมข้อมูลมาจากหลายๆ แหล่ง ทั้งจากผู้ใช้งานจริงใน community ต่างๆ และจากการทดลองใช้ด้วยตัวเอง มาเล่าให้ฟังครับ

ก่อนจะไปเปรียบเทียบกัน ผมอยากให้เพื่อนๆ รู้ก่อนครับว่าทั้งสองตัวนี้มันมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน และเหมาะกับคนละแบบกันครับ

Power BI คืออะไร?

Power BI Dashboard

Power BI คือเครื่องมือ Business Intelligence จาก Microsoft ครับ ถ้าเพื่อนๆ ใช้ Excel หรือ Microsoft 365 อยู่แล้ว Power BI จะเข้ามาเป็นส่วนเสริมที่ลงตัวมากๆ ครับ เพราะมันเชื่อมต่อกับ Excel, SQL Server, Azure ได้เลยโดยไม่ต้องตั้งค่าอะไรมาก

ในปี 2026 Microsoft ปล่อย Power BI Desktop เวอร์ชันใหม่ออกมาบ่อยมาก แทบทุกเดือนมีอัพเดทใหม่ๆ ทั้ง AI Features ที่ช่วยสร้าง DAX formula อัตโนมัติ และ Natural Language Query ที่ให้เราถามข้อมูลเป็นภาษาคนได้เลยครับ

Power BI มีข้อดีอะไรบ้าง

Data Visualization Charts

สิ่งที่ผมชอบ Power BI มากๆ คือเรื่องราคาครับ ถ้าเพื่อนๆ เป็นองค์กรเล็กๆ หรือ startup

  • Power BI Pro — $10 ต่อเดือนต่อ user (ถูกมากเมื่อเทียบกับ Tableau)
  • Microsoft 365 E5 — ถ้ามี license อยู่แล้ว Power BI Pro มาฟรีเลยครับ

อีกข้อดีนึงที่สำคัญมากคือ Power Query ที่ช่วยให้การ Clean Data ทำได้ง่ายมาก ผมเคยทำโปรเจกต์ที่ต้องรวมข้อมูลจาก Excel หลายสิบไฟล์ ด้วย Power Query ผมทำได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง ในขณะที่ถ้าเป็นเครื่องมืออื่นอาจใช้เวลาทั้งวันครับ

สำหรับคนที่ต้องการแชร์ข้อมูลให้เพื่อนร่วมงาน Power BI Service ก็มี Publish to Web ให้ฟรี และยังรองรับ Mobile App ทั้ง iOS และ Android อีกด้วยครับ เพื่อนๆ สามารถดู Dashboard จากมือถือได้เลยทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าอะไรเพิ่ม

Power BI มีข้อจำกัดอะไรบ้าง

แต่ต้องบอกตรงๆ ครับว่า Power BI ก็มีข้อจำกัดเหมือนกัน ตัวที่ผมเจอบ่อยที่สุดคือเรื่อง Performance ครับ ถ้าเพื่อนๆ มี Dataset ใหญ่มากๆ (หลายล้าน rows) Dashboard อาจจะโหลดช้าได้ครับ โดยเฉพาะถ้าใช้ DirectQuery กับ Database ที่ไม่ได้ optimize ดี

และอีกเรื่องนึงคือ DAX Language ครับ สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับ programming อาจจะรู้สึกว่า DAX มันซับซ้อนพอสมควร แต่พอใช้ไปสักพักผมก็ชินครับ ยิ่งถ้าเพื่อนๆ มีพื้นฐาน Excel ดีอยู่แล้วจะเรียนรู้ได้เร็วมากครับ

Tableau คืออะไร?

Tableau Visualization

Tableau คือ Data Visualization tool ที่เกิดมาตั้งแต่ปี 2003 ครับ และในปี 2026 Tableau ก็ยังคงเป็นผู้นำในด้าน Visualization อยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของความสวยงามและความยืดหยุ่นในการสร้าง Dashboard ครับ

Tableau มี 3 เวอร์ชันหลักๆ คือ

  • Tableau Creator — $75 ต่อเดือน
  • Tableau Explorer — $35 ต่อเดือน
  • Tableau Viewer — $15 ต่อเดือน

Tableau มีข้อดีอะไรบ้าง

Professional Dashboard Design

ข้อดีที่เห็นชัดที่สุดของ Tableau คือเรื่อง Visualization ครับ Dashboard ที่สร้างด้วย Tableau ดูสวยและมี Professional Look มากๆ ครับ ตัวแปรในการปรับแต่งกราฟหลากหลายมากจนผมรู้สึกว่ามันเหมือนเป็น Photoshop ของกราฟเลยครับ

ถ้าเพื่อนๆ ต้อง Present ข้อมูลให้ลูกความหรือ Management ดูแล้ว Tableau จะช่วยให้เพื่อนๆ ดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นครับ

อีกข้อดีนึงคือ Tableau มี Server Version ที่เสถียรมากๆ ครับ สำหรับองค์กรใหญ่ๆ ที่ต้องการ Self-hosted Solution Tableau Server หรือ Tableau Cloud ก็ตอบโจทย์ได้ดี

และที่ผมชอบมากๆ อีกอย่างคือ Community ของ Tableau ครับ มีคนใช้เยอะมากและมี Tableau Public ที่ให้ดาวน์โหลด Workbook ฟรีๆ ได้เลย เพื่อนๆ สามารถไปดู Dashboard สวยๆ จากคนอื่นแล้วเอามาปรับใช้ได้เลยครับ

Tableau มีข้อจำกัดอะไรบ้าง

ข้อจำกัดหลักของ Tableau คือ ราคา ครับ ถ้าเทียบกับ Power BI แล้ว Tableau Creator ราคา $75 ต่อเดือนต่อ user ถือว่าสูงกว่าเยอะ และถ้าเพื่อนๆ ต้องการใช้ Server ก็ต้องจ่ายเพิ่มอีกครับ

และอีกเรื่องนึงคือ Tableau ไม่ได้มี Built-in AI ที่ฉลาดเท่า Power BI ในปี 2026 นี้ครับ Microsoft ลงทุนเรื่อง AI ใน Power BI หนักมาก มี Copilot ที่ช่วยสร้าง Dashboard อัตโนมัติ ในขณะที่ Tableau ยังต้องทำ Manual มากกว่าครับ

และถ้าเพื่อนๆ ไม่ได้มีพื้นฐาน Technical มากๆ Tableau อาจจะมี Learning Curve ที่สูงกว่า Power BI ครับ เพราะต้องเรียนรู้คำสั่ง Calculated Field, LOD Expression ที่ซับซ้อนกว่า DAX ของ Power BI ครับ

เปรียบเทียบแบบตัวต่อตัว

Comparison Infographic

ในเรื่อง ราคา — Power BI ชนะชัดเจนครับ ถ้าเพื่อนๆ มีงบจำกัด Power BI เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้าเรื่อง Visualization Beauty ผมมองว่า Tableau ยังนำอยู่ครับ โดยเฉพาะ Chart Types ที่หลากหลายและสวยงามมากๆ

ในเรื่อง Integration กับระบบอื่น — Power BI ชนะเพราะเป็น Microsoft ครับ เชื่อมต่อกับ Excel, Azure, SQL Server, Teams ได้ลงตัวมาก ในขณะที่ Tableau ก็เชื่อมต่อได้เหมือนกันแต่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติมมากว่า

ในเรื่อง AI Features — ปี 2026 นี้ Power BI มี Copilot ที่ช่วยสร้าง DAX, สร้าง Chart, และตอบคำถามเกี่ยวกับข้อมูลเป็นภาษาคนได้ ซึ่ง Tableau ยังไม่มีฟีเจอร์นี้เทียบเท่าเลยครับ

สำหรับ Learning Curve — ผมมองว่า Power BI ง่ายกว่าสำหรับคนที่ใช้ Excel อยู่แล้ว แต่ถ้าเพื่อนๆ มีพื้นฐาน SQL หรือ Programming มาก่อน Tableau ก็เรียนรู้ได้ไม่ยากเช่นกันครับ

ใครควรเลือก Power BI?

  • เพื่อนๆ ที่ใช้ Microsoft Ecosystem อยู่แล้ว (Office 365, Excel, Azure)
  • องค์กรเล็กหรือ Startup ที่มีงบจำกัด (Power BI Pro $10/เดือน)
  • ต้องการ AI Features ที่ช่วยเร่งการทำงาน (มี Copilot ฟรี)
  • ต้องการ Free Version สำหรับ Personal Use

ใครควรเลือก Tableau?

  • ทำงานด้าน Data Analytics มืออาชีพที่ต้องการ Visualization สวยๆ สำหรับ Present ให้ลูกความดู
  • ทำงานในองค์กรใหญ่ที่มี IT Team ดูแล Server เองได้ (Tableau Server)
  • ต้องการ Community Support ที่แข็งแรง (Tableau Public มี Workbook ฟรีๆ เยอะมาก)

สรุป

Summary Dashboard

สรุปแล้ว Power BI กับ Tableau ตัวไหนดีกว่ากัน? คำตอบคือขึ้นอยู่กับว่าเพื่อนๆ เป็นใครและต้องการอะไรครับ

Power BI เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มค่า ง่ายในการเรียนรู้ และต้องการ AI Features ที่ทันสมัย

Tableau เหมาะกับคนที่ต้องการ Visualization สวยๆ และต้องการ Self-hosted Server

ส่วนตัวผมเองใช้ Power BI เป็นหลักครับ เพราะทำงานกับ Microsoft Ecosystem อยู่แล้ว และชอบ AI Features ที่ช่วยเร่งการทำงานได้เยอะ

เพื่อนๆ ที่ใช้อยู่ตัวไหนอยู่แล้ว มารีวิวและแชร์ประสบการณ์กันได้เลยนะครับ ผมอยากรู้ว่าตัวไหนเหมาะกับเพื่อนๆ มากกว่ากัน

Claude Code หรือ Codex ดีในตอนกลางปี 2026

Claude Code หรือ Codex ดีในตอนกลางปี 2026

สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่ติดตามอยู่ทุกคนครับ

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ถ้าใครอยู่ในสาย Developer น่าจะเห็นกระแสถกเถียงกันดุเดือดมากในคอมมูฯ ต่างประเทศ เกี่ยวกับเครื่องมือ AI ยอดฮิต 2 ตัว นั่นก็คือ Claude Code ของค่าย Anthropic กับ Codex ของ OpenAI ที่เพิ่งอัปเกรดใหญ่มาทั้งคู่ครับ

หลายคนทักมาถามผมว่า "เฮ้ยเลือกตัวไหนดี?" หรือ "ตัวไหนมันเจ๋งกว่ากันแน่?" เอาจริงๆ มันไม่มีตัวไหนชนะขาดหรอกครับ แต่มันทำงานคนละแบบอย่างสิ้นเชิง

วันนี้ผมเลยสรุปประเด็นที่เค้าคุยกันหน้างานจริงมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ครับ เผื่อเพื่อนๆ คนไหนกำลังลังเลจะได้เลือกใช้ถูกงาน

1. วิธีคิดและการทำงาน: เพื่อนคู่คิด VS ปล่อยมันลุยเอง

Coding Terminal

จุดนี้เป็นเรื่องของ Workflow เลยครับว่าเพื่อนๆ ชอบสไตล์ไหน

  • Claude Code (สายคุยงาน) — ตัวนี้มันจะทำงานใน Terminal บนเครื่องเราเลยครับ ข้อดีคือมันเห็นหน้างานจริงบนเครื่องเรา แต่ในคอมมูฯ บ่นกันเยอะว่ามัน "ขี้เกรงใจเกินไปหน่อย" คือชอบหยุดถาม ยอดตกลงไหม? จะให้แก้ไฟล์นี้จริงเหรอ? ขัดจังหวะบ่อยจนบางทีก็หงุดหงิดเหมือนกัน 555 แต่ข้อดีคือปลอดภัยครับ เราควบคุมมันได้ตลอด
  • Codex (สายโยนงาน) — ตัวนี้มาแนวลุยเดี่ยว มันจะสปิน Cloud Sandbox แยกต่างหากขึ้นมาเองเลย สิ่งที่เราต้องทำคือผูก Repo ไว้ แล้วโยนโจทย์ยากๆ ให้มันทำ จากนั้นก็เดินไปจิบกาแฟ รอตรวจผลลัพธ์ตอนมันทำเสร็จทีเดียวเลยครับ

2. ความฉลาดและการแก้บั๊ก: Backend โหดๆ VS Frontend สวยๆ

Code Debugging

พอมาดูเรื่องหน้างานจริง การแก้บั๊กและเขียนโค้ดแ่่งเป็นสองฝั่งชัดเจนมากครับ

  • งาน Backend และระบบซับซ้อน → Codex ชนะ — รอบนี้ OpenAI อัปเกรดมาดีมากครับ หลายคนชมว่ามันทำงานเหมือน Senior Engineer คือไล่เช็กบั๊กข้ามคลังโค้ด (Multi-codebase) ได้ลึกมาก ตามแกะรอยตั้งแต่ Frontend ทะลุไป Backend ยันระบบมอนิเตอร์อย่าง Datadog ได้ในทีเดียว และไม่มีอาการขี้เกียจละโค้ด (Stubbing) ให้เห็นเลยครับ
  • งาน Frontend และความเนี้ยบ → Claude Code ชนะ — ถ้าเป็นเรื่องความเข้าใจสไตล์โค้ดเก่าในโปรเจกต์ของเรา Claude ทำได้เนียนกว่าครับ มันจะเขียนโค้ดตามสไตล์เดิมที่เราเคยเขียนไว้ได้ดี ขณะที่ Codex มักจะพ่นโค้ดมาตรฐานแบบในตาราง Tutorial ออกมาดื้อๆ แถมฝั่ง Codex ยังโดนบ่นเรื่องเขียน UI/UX ออกมาหน้าตาเชยสะบัดเลยครับ

3. ปัญหาชวนปวดหัว: ค่า Token มหาโหด และระบบล่ม

API Cost Dashboard

เรื่องนี้ไม่พูดไม่ได้ เพราะเป็นชนวนเหตุที่ทำให้คนบ่น Claude Code กันระงมในสัปดาห์นี้เลยครับ

  • Claude Code กิน Token ดุมาก — ใครเปิดโหมด High Effort ของ Claude ไว้ บอกเลยว่ากระเป๋าฉีกได้ง่ายๆ ครับ เผาโควตาและเงินไวมาก แป๊บๆ ติด Limit จน Dev หลายคนต้องยอมย้ายค่ายหนีมาใช้ Codex เพราะ Codex กิน Token ประหยัดกว่าประมาณ 2-4 เท่าในงานพอๆ กันครับ
  • ระบบล่มบ่อย — ฝั่ง Anthropic โดนบ่นหนาหูเลยครับว่าระบบล่มรายวัน (บางคนเจอวันเว้นวันเลย) ในขณะที่ฝั่ง Codex ของ OpenAI สัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่านิ่งและเสถียรกว่าเยอะครับ

สรุปในมุมของผม

AI Technology Summary

ถ้าให้ผมแนะนำนะครับ:

  • ถ้างานของเพื่อนๆ คือ การขึ้นโครงระบบใหม่ แก้บั๊ก Backend โหดๆ หรืออยากโยนงานทิ้งไว้แล้วไปนอน → ไป Codex เลยครับ ตอบโจทย์แน่นอน
  • แต่ถ้างานคือ การแต่ง Frontend, งานดีไซน์ UI หรือต้องไปแก้โค้ดเก่าในโปรเจกต์เดิมที่โครงสร้างซับซ้อนและต้องการความเนี้ยบ → ผมยังเชียร์ Claude Code ครับ

หรือถ้าใครเป็นสายจัดเต็ม ใน Reddit เค้าแนะนำ Workflow เทพไว้ครับ คือใช้ Claude Code ในการวางแผนโครงสร้าง (Planning) แล้วส่งต่อให้ Codex เป็นคนลงมือเขียนและรันโค้ดจริง (Execution) วิธีนี้ลงตัวสุดๆ ครับ

เพื่อนๆ ลองเอาไปปรับใช้กับงานของตัวเองดูนะครับ ได้ผลยังไง หรือชอบตัวไหนมากกว่ากัน มาคอมเมนต์เล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ!

Featured Post

วิธีใช้ AI หาเงินจาก Print-on-Demand 2026 — ไม่ต้องสต็อกของ ไม่ต้องส่งของ ทำได้เลย | 9Joke

วิธีใช้ AI หาเงินจาก Print-on-Demand 2026 — ไม่ต้องสต็อกของ ไม่ต้องส่งของ ทำได้เลย | 9Joke 🎯 9Joke หน้าแรก บทความ การเงิน ...